โพสเมื่อ 17/03/2015 เวลา 6:53 pm
จำนวนครั้งที่เช้าชม : 74782

มหาวิทยาลัยของรัฐ พาเหรดออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

 

 ปี 2558 มหาวิทยาลัยของรัฐ พาเหรดออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

 

 

มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ คืออะไร

            มหาวิทยาลัยเปรียบเสมือนศูนย์รวมของมันสมองของชาติ เป็นที่รวมขององค์ความรู้ การค้นคว้า และการวิจัย เพื่อใช้ในการผลิตมันสมองของชาติรุ่นต่อๆไป จุดด้อยของการเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐซึ่งมีความเป็นราชการ คือ การบริหารงานและบุคลากร ที่ยังอยู่ในกรอบปฏิบัติของระเบียบราชการที่ก่อให้เกิดความล่าช้าและความไม่คล่องตัว ในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยและการพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

           การปรับเปลี่ยนสถานภาพจาก มหาวิทยาลัยของรัฐซึ่งมีความเป็นราชการทั้งหมด มาเป็น มหาวิทยาลัยในรูปแบบอื่น ที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเอกชนและไม่ใช่รูปแบบรัฐวิสาหกิจแต่ยังคงสภาพความเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐอยู่ และยังใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่มีการบริหารงานที่แตกต่างออกไป จึงก่อกำเนิดเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

           มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตามความใน มาตรา 36 แห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติว่า สถานศึกษาที่จัดการศึกษาปริญญาเป็นนิติบุคคล และอาจจัดเป็นส่วนราชการหรือหน่วยงานในกำกับของรัฐ และโดยนัยดังกล่าว เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีการบริหารจัดการศึกษาที่ดีตามหลักธรรมมาภิบาล มีความคล่องตัวในการดำเนินงาน ควบคู่กับความรับผิดชอบที่จะดำเนินภารกิจอย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศ มีความเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลโดยรัฐสามารถกำกับดูแลและตรวจสอบได้

          สรุป สถานภาพของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ได้ดังนี้

          1.สถานภาพเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการและไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ

          2.เป็นนิติบุคคล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

          3.เป็นหน่วยงานของรัฐที่ยังคงได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณอย่างเพียงพอที่จำเป็นต่อการประกันคุณภาพการศึกษาไว้ได้

 

มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ในประเทศไทย

            ปัจจุบันในประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ จำนวน 20 แห่ง ได้แก่

            - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ออกจากระบบราชการตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย)

            - มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (ออกจากระบบราชการตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย)

            - มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (ออกจากระบบราชการตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย)

            - มหาวิทยาลัยพะเยา (ออกจากระบบราชการตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย)

            - มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร (ออกจากระบบราชการตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย)

            - สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา (ออกจากระบบราชการตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งสถาบัน)

            - มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยสงฆ์)

            - มหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยสงฆ์)

            - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งแรกที่พร้อมและขอออกนอกระบบราชการ แปรสภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เมื่อปี พ.ศ. 2540)

            - สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

            - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

            - มหาวิทยาลัยทักษิณ

            - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

            - มหาวิทยาลัยมหิดล

            - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

            - มหาวิทยาลัยบูรพา

            - มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

            - มหาวิทยาลัยขอนแก่น

            - มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

            - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

            - มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มีผลตั้งแต่ 21 พฤษภาคม 2559)

            - มหาวิทยาลัยศิลปากร (มีผลตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2559)

            - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มีผลตั้งแต่ 21 กรกฎาคม 2559)

 

ปี 2558 กับ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ อีก 7 แห่ง หรือมากกว่านั้น

            มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2558 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป โดยให้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต มีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (ออกนอกระบบ) ซึ่งไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น

            มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2558 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย จำนวน 2 ฉบับ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป โดยให้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ (ออกนอกระบบ) ซึ่งไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น

            มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2558 คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป โดยให้ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ (ออกนอกระบบ) ซึ่งไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น

           มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2558 คณะรัฐมนตรียังได้มีมติเห็นชอบในหลักการ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. …. และ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. …. ซึ่งมีผลให้มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จากนี้จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละมหาวิทยาลัยต่อไป

            นอกจากนี้ ขณะนี้ยังมีความเคลื่อนไหวในความพยายามขอออกนอกระบบของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่กำลังอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย

 

ปี 2559 กับ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ 

           วันที่ 31 พฤษภาคม 2559  คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

 

มหาวิทยาลัยศิลปากร  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เรียบร้อยแล้ว

 

มหาวิทยาลัยของรัฐ พาเหรดออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

 

           ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศ วันที่ 2 มิถุนายน 2559 มหาวิทยาลัยศิลปากร ออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยมีผลตั้งแต่ 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

            พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศิลปากร  พ.ศ. 2559 คลิกที่นี่

 

มหาวิทยาลัยของรัฐ พาเหรดออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

 

           ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศ วันที่ 21 มิถุนายน 2559 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยมีผลตั้งแต่ 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

            พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2559 คลิกที่นี่

 

 

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เรียบร้อยแล้ว

พรบ มศว

 

           ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศ วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน 2559 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยมีผลตั้งแต่ 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

            พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2559 คลิกที่นี่

 

 

4 มหาวิทยาลัยไทย ออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เรียบร้อยแล้ว

 

4

 

            ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศ วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2558 มหาวิทยาลัยไทย 4  แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต(มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เดิม) ออกนอกระบบเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มีผลตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป (ยกเว้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผลตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป )

            พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2558 คลิกที่นี่

            พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558 คลิกที่นี่

            พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2558 คลิกที่นี่

            พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2558 คลิกที่นี่

 

 

1

2

3

4

 

 

 

การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เมื่อเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

            ในส่วนของมหาวิทยาลัย

            การปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน การบริหารจัดการที่รวดเร็ว คุณภาพสูง การกำหนดนโยบายและการบริหารงานสิ้นสุดที่สภามหาวิทยาลัย โดยจะเป็นองค์กรสูงสุดในการกำหนด อธิการบดีจะปรับเปลี่ยนเป็นนักบริหารในเชิงรุก

            การสร้างแรงจูงจูงใจในการดึงดูดบุคลากรและทรัพยากร ที่มีความสามารถเข้ามาสู่มหาวิทยาลัย การให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนดกฎเกณฑ์ หรือระเบียบต่างๆได้เอง ทั้งในแง่ของค่าตอบแทน ความก้าวหน้า ทำให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นในระหว่างมหาวิทยาลัยในการดึงดูดผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้ามาเป็นอาจารย์ อันจะส่งผลต่อคุณภาพของบัณฑิตที่จบออกไป

            การดำเนินงานจะคำนึงถึงต้นทุนการผลิต เช่น อาจยุติหรือยุบการดำเนินการของมหาวิทยาลัย คณะหรือปิดการสอนหลักสูตรที่ไม่คุ้มทุน รวมถึงการให้เอกชนเข้ามารับจ้างในบางกิจกรรมที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย

            แต่ยังมีข้อกังวลต่อ ปัญหาการทุจริต ปัญหาความโปร่งใส ปัญหาการสืบทอดอำนาจของผู้บริหารมหาวิทยาลัย และการตรวจสอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ดังที่ปรากฎออกเป็นข่าวดังในสังคมอย่าง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 

           ในส่วนของนิสิตนักศึกษา

           ความกังวลของนิสิตนักศึกษาคือ เรื่องการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า จะไม่มีการขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษา เพราะแม้ในบางมหาวิทยาลัยขณะที่ยังไม่มีการเปลี่ยนสถานภาพเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ก็มีการขึ้นค่าธรรมเนียมหรือเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาไว้ล่วงหน้าแล้ว อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยศิลปากร

           และเมื่อไปพิจารณามหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนสถานภาพเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ไปแล้ว อย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เพิ่งทำการปรับค่าธรรมเนียมการศึกษาใหม่ ในปีการศึกษา 2556 ที่เก็บในอัตราใหม่ อยู่ทื่ 17,000 บาท และ 21,000 บาท ขึ้นอยู่กับกลุ่มคณะ

           นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลต่อ การปิดตัวลงของสาขา/คณะ ที่ไม่คุ้มค่าต่อต้นทุนการผลิตของมหาวิทยาลัย

 

           ในส่วนของนักเรียน

            สำหรับนักเรียน ยังไม่ใช่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงในมหาวิทยาลัยนั้นๆ เพราะไม่ว่าอย่างไร นักเรียนก็ยังต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในระบบรับตรง หรือ ระบบแอดมิชชัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

            แต่หาก พิจารณามหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนสถานภาพเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยบูรพา ที่รูปแบบการรับเข้าศึกษา ในระดับปริญญาตรี นั้น จะมีการเปิดรับนักศึกษานักศึกษาที่มากขึ้น เปิดรับตรงหลายโครงการมากขึ้น(ค่าสมัครสอบก็สูงขึ้นตาม นักเรียนอาจจะต้องเสียเงินเปล่า ทั้งที่ยังไม่มีโอกาสได้เอาเท้าเหยียบลงบนพื้นมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ) และมักเน้นรับนักศึกษาในภาคพิเศษ(ค่าธรรมเนียมการศึกษาแพงกว่า) มากกว่าภาคปกติ

           อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีอีกหลายมหาวิทยาลัยที่แม้เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแล้ว แต่ก็ไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์จากนักเรียนที่ต้องการเข้าศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ในการรับเข้าศึกษาหลายโครงการ ไม่เก็บค่าสมัครในเบื้องต้นของการสมัคร จะให้เฉพาะผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและมีสิทธิสอบสัมภาษณ์เท่านั้นที่จะต้องชำระค่าสมัคร

 

” ในมุมหนึ่ง เราได้เห็นมหาวิทยาลัยที่เมื่อเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มีการพัฒนาจนติดอันดับโลก แต่ยังคงปฏิบัติตามพันธกิจที่มีต่อประเทศชาติ ไม่แสวงหาผลประโยชน์จนกลายเป็นธุรกิจการศึกษา

แต่อีกมุมหนึ่ง เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรากำลังเผชิญกับมหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่แต่การแปรสภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเท่านั้น แต่ยังได้แปรสภาพเป็น ”ไหจอมละโมบ” พยายามสร้างรั้ว สร้างกำแพงมหาวิทยาลัยให้สูงขึ้น เพื่อปกปิดการกอบโกยเอาแต่ผลประโยชน์ โดยมีรั้วมหาวิทยาลัยเป็นฉากบังหน้า”

 

P'Dome